หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

รูปแบบการเล่น

      การเล่น ดีเฟนส์ออฟดิแอนเชียนส์ จะแบ่งผู้เล่นออกเป็นสองทีม เรียกว่า "เซนทิเนล" (Sentinel) และ "สเคิร์จ" (Scourge) ผู้เล่นทางฝั่งเซนทิเนลจะเริ่มต้นจากฐานทัพฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของแผนที่ ส่วนผู้เล่นทางฝั่งสเคิร์จจะเริ่มต้นจากฐานทัพฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะมีหอคอยและยูนิตซึ่งถูกส่งออกมาเป็นระลอก คอยเฝ้าเส้นทางหลักที่นำไปสู่ฐานทัพของแต่ละฝ่าย และในใจกลางของฐานทัพจะมี "แอนเชียนส์" ตั้งอยู่ (เวิลด์ทรี [World Tree] ในกรณีของเซนทิเนล; โฟรเซนโธรน [Frozen Throne] ในกรณีของสเคิร์จ) อันเป็นสิ่งปลูกสร้างที่จะต้องถูกทำลายเพื่อที่จะชนะเกม ดีเฟนส์ออฟดิแอนเชียนส์ สามารถมีผู้เล่นได้สูงสุดถึง 10 คน ในการแข่งขันแบบ 5 ต่อ 5 และสล็อตว่างสำหรับกรรมการหรือผู้สังเกตการณ์ ในการแข่งขันมักจะจัดให้ทั้งสองทีมมีผู้เล่นจำนวนเท่ากัน
      ผู้เล่นแต่ละคนเลือกควบคุมฮีโร่ได้คนละหนึ่งตัว ฮีโร่เป็นยูนิตที่ทรงอำนาจและมีความสามารถอันเป็นเอกลักษณ์ ในออลสตาส์ จำนวนฮีโร่ที่สามารถเลือกควบคุมได้มีทั้งหมด 93 ตัว ซึ่งแต่ละตัวก็มีความสามารถและความได้เปรียบเหนือฮีโร่ตนอื่นไม่เหมือนกัน ฉากดังกล่าวเน้นการเล่นแบบทีมเป็นหลัก ซึ่งเป็นการยากที่ผู้เล่นเพียงคนเดียวจะสามารถชนะได้เพียงลำพังเท่านั้น แต่กระนั้น หากมีเวลาเพียงพอ ฮีโร่เพียงตัวเดียวก็อาจเปลี่ยนแปลงผลของเกมได้โดยไม่ต้องอาศัยทีมช่วย จากการโจมตีกลับฮีโร่ของฝ่ายตรงข้าม


ความแตกต่างของฐานฝ่ายเซนทิเนล (บน) และฝ่ายสเคิร์จ (ล่าง) 

      เนื่องจากตัวเกมเน้นไปยังการเสริมความแข็งแกร่งให้กับฮีโร่เพียงตัวเดียว ดังนั้นจึงไม่มีการให้ความสนใจกับการบริหารทรัพยากรและการสร้างฐานทัพ อย่างเดียวกับเกมเล่นตามบทบาท ในการสังหารยูนิตที่ถูกควบคุมโดยคอมพิวเตอร์หรือยูนิตป่าจะเพิ่มค่าประสบการณ์ให้ กับผู้เล่น และเมื่อผู้เล่นสะสมค่าประสบการณ์ไปจนถึงระดับหนึ่ง ฮีโร่ก็จะได้เลเวลเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่ง ความเสียหายจากการโจมตี และการอัปเกรดคาถาหรือเวทมนตร์ พร้อมกับที่ผู้เล่นสะสมค่าประสบการณ์ ผู้เล่นยังต้องบริหารทรัพยากรอีกอย่างหนึ่ง คือ ทองคำ อีกด้วย ผู้เล่นจะได้ทองคำจากระบบการต่อสู้ ได้แก่ รายรับจำนวนหนึ่งเป็นระยะ ๆ การสังหารหรือทำลายยูนิต สิ่งปลูกสร้าง และฮีโร่ฝ่ายตรงข้าม จึงได้นำไปสู่เทคนิคการสังหารยูนิตเมื่อ "พลังชีวิตของมันต่ำจนสามารถฆ่าด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว" ซึ่งถูกเรียกว่า last hitting หรือ last shot ผู้เล่นสามารถใช้ทองของตนเพื่อซื้อไอเท็มเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับ ฮีโร่และได้รับความสามารถเพิ่มเติม ไอเท็มบางอย่างสามารถประกอบกันขึ้นเป็นไอเท็มที่มีอานุภาพมากขึ้นได้ ซึ่งการเลือกซื้อไอเท็มให้เหมาะสมกับฮีโร่ของผู้เล่นนั้นเป็นยุทธวิธีที่ สำคัญในฉากดังกล่าวด้วยเช่นกัน
      ผู้เล่นสามารถเลือกเล่นออลสตาส์ได้หลายโหมด ซึ่งแม่ข่าย (host) เป็นผู้เลือกให้ในตอนเริ่มแมตช์ โหมดของเกมจะกำหนดความยากง่ายของฉากรวมทั้งการกำหนดว่าตนจะเป็นฝ่ายเลือก ฮีโร่ให้กับตนเองหรือจะได้แบบสุ่ม โหมดเกมหลายอย่างสามารถเล่นด้วยกันได้ (อย่างเช่น easy และ random) ทำให้รูปแบบการเล่นมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

Defense of the Ancients

        ดีเฟนส์ออฟดิแอนเชียนส์ (อังกฤษ: Defense of the Ancients; ตัวย่อ: DotA) เป็นฉาก (scenario) ดัดแปลงสำหรับเกมวางแผนเรียลไทม์ วอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออส และภาคต่อ วอร์คราฟต์ 3: โฟรเซนโธรน โดยพัฒนาต่อมาจากแผนที่ "อีออนออฟสไตรฟ์" (Aeon of Strife) ในเกมสตาร์คราฟต์ จุดมุ่งหมายของแต่ละทีมในฉาก คือ การทำลายฐานทัพของฝ่ายตรงข้าม (เรียกว่า แอนเชียนส์) ซึ่งมีการป้องกันอย่างแน่นหนาตรงมุมของแผนที่ โดยผู้เล่นจะได้ควบคุมยูนิตทรงพลัง ที่เรียกว่า "ฮีโร่" ร่วมกับพลพรรคซึ่งถูกควบคุมผ่านปัญญาประดิษฐ์ เรียกว่า "ครีป" (Creep) และจากรูปแบบการเล่นของเกมเล่นตามบทบาท ผู้เล่นจะเลเวลอัพฮีโร่ของตนและใช้ทองเพื่อซื้อไอเท็มระหว่างการเล่น
ตัวฉากได้มีการพัฒนาขึ้นจากโปรแกรม "เวิลด์ เอดิเตอร์" ของเกมวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออส ก่อนที่มีการอัปเดตเพื่อให้สอดคล้องกับภาคต่อ โฟรเซนโธรน ที่ออกมาในภายหลัง ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อมาในหลายรูปแบบจากแนวคิดดั้งเดิม รุ่นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือ ดอตเอออลสตาส์ (DotA Allstars) ซึ่งในภายหลังได้ย่อเหลือเพียง ดอทเอ หลังการออกเวอร์ชัน 6.68 โดยอยู่ภายใต้การดูแลของผู้สร้างหลายคนในระหว่างการพัฒนาเกม ส่วนผู้พัฒนาคนปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันด้วยนามแฝงว่า "ไอซ์ฟร็อก" ผู้มีส่วนพัฒนาเกมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548
         นับตั้งแต่การเปิดตัว ออลสตาส์ ได้มีการจัดการแข่งขันหลายครั้งทั่วโลก ซึ่งรวมถึงการแข่งอย่างเป็นทางการ บลิซซ์คอน ขอบลิซซาร์ด เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และเอเชียนเวิลด์ไซเบอร์เกมส์ รวมทั้งไซเบอร์แอทลีทแอมะเทอร์ (Cyberathlete Amateur) และไซเบอร์เอโวลูชันลีกส์ (CyberEvolution leagues) อีกด้วย Gamasutra ประกาศว่าดอตเอน่าจะเป็นฉากม็อดฟรีอย่างไม่เป็นทางการซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ปัจจุบัน วาล์วคอร์เปอเรชันได้เปิดตัวเกมภาคต่อ Dota 2

อะไรคือ MOBA ?

     ปัจจุบัน ตลาดเกมได้แตกสายสารพัดแนวเกมออกมามากมาย จนทำให้เกมที่เกิดใหม่ๆ บางเกมไม่ปรากฏแนวทางเกมเป็นที่แน่ชัด ทำให้มีการเรียกแนวเกมบางเกมแบบมั่วปนไปมา หรือไม่ค่อยเคลียร์ในแนวเกมสักเท่าไร ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ก็มีแนวเกมใหม่เกิดขึ้นมา นั่นคือเกมแนว MOBA (Multiplayer Online Battle Arena) ซึ่งเป็นแนวเกมที่ถูกอ้างอิงจาก Multiplayer Map ในตำนานของ Warcraft III ที่ชื่อว่า Defense of the Ancients หรือ DotA นั่นเอง และนอกจากคำว่า MOBA แล้ว เกมในแนว DotA ยังถูกเรียกในชื่ออื่นๆ อีกมากมายเช่น TTRPG (Tactical Team-based Role Playing Game ) หรือบางทีก็เรียกว่า ARTS (Action Real Time Strategy) โดยชื่อเหล่านี้ถูกอ้างอิงจาก Multiplayer Map ที่ชื่อ Aeon of Strife หรือ AoS ของ StarCraft นั่นเอง
     เพื่อนๆ หลายคนที่อาจจะไม่เคยสัมผัสกับเกมแนว MOBA มาก่อน อาจจะเคยได้ยินชื่อเกมแนวนี้มาบ้าง เช่น Demigod, League of Legends (LoL) หรือ Heroes of Newerth (HoN) ซึ่งเป็นเกม MOBA รุ่นใหม่ที่แตกไอเดียมากจากรุ่นใหญ่อย่าง DotA ซึ่งถือได้ว่าเป็นแม่แบบของเกมแนว MOBA และแต่ละเกมนั้นก็มีกลุ่มฐานผู้เล่นที่เหนียวแน่นอยู่ไม่น้อยเลยเช่นกัน โดย หลักการแล้ว การจัดประเภทของเกมว่าจะเป็น MOBA หรือไม่นั้นจะต้องมีองค์ประกอบของฟีเจอร์ที่แสดงความเป็น MOBA อยู่ดังนี้
     1. ผู้เล่นแต่ละคนจะควบคุมเพียงแค่ 1 Unit (ตัวละคร) เท่านั้น โดยที่ตัวละครนั้นๆ จะมีสกิลให้ใช้ที่หลากหลายมากมาย รวมถึงจะมีการแบ่งฝั่งในการเล่นอย่างชัดเจน โดยจะต้องอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเท่านั้น
     2. แต่ละทีมจะต้องมีฐานที่จะต้องคอยป้องกัน แต่ในขณะเดียวกันก็จะต้องบุกไปทำลายฐานฝ่ายตรงข้ามด้วย
     3. ภายในทีมจะมีสมาชิก 5 คน และแต่ละคนจะควบคุมเพียงแค่ตัวละครของตัวเองเท่านั้น ไม่สามารถควบคุมตัวละครของสมาชิกอื่นๆ ภายในทีมเดียวกันได้
     โดยทั่วไปนั้นฐานของผู้เล่นมักจะอยู่สุดขอบของแผนที่แต่ละฝั่ง (ซ้าย-ขวา) และมี 3 เลนที่เชื่อมต่อ 2 ฐานไว้ด้วยกัน โดยที่ Creep หรือ Minion (ทหารอัตโนมัติภายในเกม) จะวิ่งออกไปในแต่ละเลนและมุ่งหน้าไปยังฐานของฝ่ายตรงข้าม และเป้าหมายในการเล่นเกมแนว MOBA คือการที่แต่ละฝ่ายสามารถที่จะดันเลนของฝ่ายตรงกันข้ามและมุ่งหน้าไปทำลาย ฐานของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ก่อนที่จะโดนทำลายฐานของตัวเอง และแก่นแท้ของรูปแบบการเล่นเกมแนว MOBA ก็คือการปะทะกันระหว่างผู้เล่น (PvP) ซึ่งทำให้ธรรมชาติในการเล่นเกมแนวนี้ ค่อนข้างจะท้าทายฝีมือผู้เล่นพอสมควร รวมถึงระบบ AI หรือ Bot ที่ไว้ให้ผู้เล่นได้ทดสอบฝีมือและลองออกไอเทม ก็ช่วยฝึกฝีมือผู้เล่นได้เช่นกัน (แต่จะน้อยกว่าการสู้กับคนจริงๆ เนื่องจาก Bot จะถูกโปรแกรมมาทำให้มีรูปแบบการเล่นที่ค่อนข้างจำกัด แตกต่างกับคนที่ไม่สามารถคาดเดารูปแบบในการเล่นได้ จึงต้องรับมือเป็นสถานการณ์ๆ ไป)

ใครเป็นต้นคิดคำว่า MOBA ?

    ไม่มีใครทราบที่มาที่แน่ชัดถึงต้นกำเนิดหรือผู้ให้กำเนิดคำว่า MOBA ขึ้นมา แต่ก็เริ่มเป็นที่คุ้นหูเมื่อเกมแนวนี้เริ่มติดตลาด โดยอาจกล่าวได้ว่า MOBA ถือกำเนิดจากค่ายที่ได้ฉายาว่าพ่อมดน้ำแข็งอย่าง Blizzard ก็ได้ เพราะตั้งแต่ Blizzard วางจำหน่าย Warcraft 3 : Reign of Chaos และภาคต่ออย่าง The Frozen Throne จนเป็นที่นิยมสำหรับเกมเมอร์ทั่วโลก ก็มีจุดที่ทำให้เกิดความนิยมในเกมนี้นั่นก็คือการที่ผู้เล่นสามารถแก้ไข แผนที่ได้นั่นเอง (Map Editor) ด้วยพื้นฐาน Engine ของ Warcraft 3 ทำให้ Map Editor นั้นเป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้เล่นสามารถสร้างสรรค์เนื้อหาเพิ่มเติมได้ และด้วยเสียงตอบรับที่ดีจาก Map Editor ทำให้มีการเปิดขายแผนที่ที่ผู้เล่นทำเอง (Custom Map) รวมถึงฉากเพิ่มเติมต่างๆ กันอย่างแพร่หลาย และทำให้อายุของเกมนั้นยืดออกไปได้อีกนาน
     ในบรรดาเหล่า Custom Map ของ Warcraft นั้นได้มีแผนที่ดั้งเดิมของ DotA อยู่ด้วย ถึงแม้มันจะใหม่สำหรับ Warcraft 3 แต่ก็เกิดจากแรงบันดาลใจของ Custom Map ที่ชื่อ Aeon of Strife ที่ถือกำเนิดจาก Map Editor ที่มีอยู่ใน StarCraft เกม RTS จาก Blizzard ในยุคแรกๆ รวมถึงองค์ประกอบของการสร้างสรรค์เหล่าฮีโร่ ซึ่งก็ได้ถูกนำไปใช้ใน DotA ต่อ ซึ่งช่วงยุคแรกของ DotA นั้น มีคนให้ความสนใจในเกมนี้น้อยมาก เมื่อเทียบกับฐานผู้เล่นในปัจจุบัน โดยตัว Map เองก็ได้ผ่านการปรับปรุงแก้ไขในหลายๆ จุด นอกจากนั้นยังมีผู้เล่นอีกหลายกลุ่มที่รวมตัวกันแก้ไข Map ที่น่าเบื่อและเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ของ DotA แล้วทำเป็น Custom Map ออกมามากมาย ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง Map ของ DotA ออกมาในรูปแบบต่างๆ ซึ่ง Custom Map ที่เป็นที่นิยมก็คือคือ DotA-Allstars ซึ่งถูกแก้ไขโดย Steve "Guinsoo" Feak (ปัจจุบันอยู่กับ Riot Games และเป็นหนึ่งในทีมพัฒนา League of Legends) ซึ่งเวอร์ชั่นของ Guinsoo นั้นประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงเนื่องจากได้ผสมผสานและ ดึงจุดที่แสดงความเป็น DotA ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ นอกจากนั้นยังทำให้สามารถสนุกกับ DotA ได้อย่างถ่องแท้และได้ประสบการณ์ในการวางแผนในรูปแบบต่างๆ ทำให้มีแฟนๆ เล่นอยู่จวบจนปัจจุบัน ในขณะที่ Custom Map ของคนอื่นๆ นั้นไม่ค่อยได้รับความนิยม และค่อยๆ หายไปในที่สุด
     ปัจจุบันแผนที่ของ DotA ที่มีการแพร่หลายอยู่ในโลกออนไลน์นั้นก็เกิดจากการเปลี่ยนแปลงแก้ไขมาตลอดใน ช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามด้วยเนื้อหา, Engine ของเกม และระบบต่างๆ ภายในเกมที่มีอายุมากกว่า 10 ปีก็ทำให้ DotA มีขีดจำกัดที่จะต่อกรกับเกม MOBA รุ่นใหม่ๆ อย่าง League of Legends (LoL) และ Heroes of Newerth (HoN) ซึ่งบีจะกล่าวถึงในภายหลัง

MOBA

          โมบา (MOBA; ย่อมาจาก Multiplayer online battle arena) หรือ Action real-time strategy (ARTS) เป็นประเภทย่อยของเกมประเภทวางแผนเรียลไทม์ (RTS) ซึ่งผู้เล่นสองทีมแข่งขันกันในเกมที่ไม่ต่อเนื่อง ซึ่งผู้เล่นแต่ละคนควบคุมตัวละครตัวเดียวผ่านอินเตอร์เฟซแบบ RTS โมบาแตกต่างจากเกม RTS เดิมตรงที่ไม่มีการสร้างยูนิตและผู้เล่นควบคุมตัวละครเพียงตัวเดียว จึงพิจารณาได้ว่า โมบาเป็นการผสมเกมแอ็กชันกับเกมวางแผนเรียลไทม์ เกมประเภทนี้เน้นการเล่นเป็นทีม ผู้เล่นเลือกและควบคุม "ฮีโร" หนึ่งตัว ซึ่งเป็นยูนิตทรงพลังที่มีความสามารถและประโยชน์มากมายเพื่อสร้างยุทธศาสตร์ โดยรวมของทีม จุดประสงค์คือ ทำลายสิ่งก่อสร้างหลักของคู่ต่อสู้ด้วยความช่วยเหลือของยูนิตที่คอมพิวเตอร์ ควบคุมที่ถูกปล่อยออกมาเป็นระยะ โดยจะเคลื่อนสู่สิ่งก่อสร้างหลักของศัตรูผ่านทางเดินที่เรียกว่า "เลน"

 แผนที่โดยทั่วไปของเกมแนว MOBA